one day trip นาข้าวขั้นบันได น้ำตกผาดอกเสี้ยว (ฉบับรถโดยสาร)

แม่กลางหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

แม่กลางหลวง  น้อยคนนักที่จะได้ยิน  ซึ่งเป็นสถานที่ทางผ่านการไปยอดดอยอินทนนท์ ตั้งอยู่บริเวณ  กม. 26  สามารถเดินทางได้จาก  ที่พัก จะใช้บริการรถแดง  หรือ Grabcar ก็ได้  เพื่อไปยังสถานีขนส่งช้างเผือก  จะมีรถเดินทางสีต่างๆให้เลือกสรร แต่รถที่จะไปในครั้งนี้เป็น สีเหลือง และต้อง เขียนไปจอมทอง Jomthong) รถจะออกค่อนข้างตรงเวลา และไปส่งเราหน้าวัดพระธาตุจอมทอง ค่าโดยสาร  35 บาท

หลังจากนั้นจะต้องต่อรถ  เหลืองจอมทองดอยอินทนนท์  ขึ้นไป  คนขับจะชักชวนให้เราเหมารถ  ไป-กลับ 1500 บาท รึไม่ก็รอจนคนเต็ม ปกติจะราคาที่ 60-70 บาทต่อคน

 โชคดีเราได้ราคานี้  เพราะพี่คนขับต้องไปรับผู้โดยสารยอดดอย  บอกพี่เขาว่าไปน้ำตกผาดอกเสี้ยว คนขับจะถามว่าเดินลงรึเดินขึ้น  ก็แล้วแต่ความชอบนะคะ  เราเดินลงไม่เหนื่อย เดินขึ้นก็จะหอบหน่อย การจะเดินไปน้ำตกผาดอกเสี้ยวนั้น  จะต้องจ้างไกด์ท้องถิ่น ราคา 200 บาท/10คน

ในกลุ่ม เพราะเป็นเขตอุทยาน  ไม่สามารถเดินเองได้ถือว่าผิดกฎนะคะ  ระยะทางเดินประมาณ  3 ก.ม. ใช้เวลา  2 ชม. จะผ่านป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ของป่าผลัดใบ และมีน้ำตกแต่ละชั้นลดหลั่น สวยงามแตกต่างกัน  

สัตว์ที่จะเห็นตลอดก็จะเป็นแมงมุม  กับ งูเขียวหางไหม้ เดินชมความงามตลอดทาง  เส้นทางดีบ้าง  ชันบ้าง แต่ถือว่าเป็นการเดินระยะสั้นที่ง่ายมากๆ เมื่อถึงปากทางจะเจอกับนาข้าวขั้นบันได เกษตรอินทรีย์ต่างๆ ไร่สตอร์เบอรรี่

 เมื่อมาถึงจุดพัก จะมีกาแฟของชาวเขากะเหรี่ยง ปาเกอกะญ่อ ที่ปลูก มีทั้ง โรบัสต้าและ อราบิก้า เป็น Welcome Drink เป็นการทำแบบโบราณ มาถึงจุดนี้ก็จะเป็นจุดสิ้นสุดการเดินทาง 

แต่เราสามารถเข้าไปชมในหมู่บ้านได้  มีทั้งการทอผ้าจากฝ้าย  และจากขนแกะ 

มีนาข้าวขั้นบันไดให้ชม สัมผัสธรรมชาติที่ใกล้เมืองเชียงใหม่มากๆ  เมื่ออิ่มเอม กับธรรมชาติก็เดินกลับมารอรถโดยสารสีเหลืองกลับเข้าเมืองเชียงใหม่เหมือนเดิม

ค่าใช้จ่ายการเดินทาง

รถเหลืองช้างเผือกจอมทอง ไป กลับ  70 บาท

รถเหลืองจอมทอง อินทนนท์  ไปกลับ  120-140 บาท

รวมแล้ว  ค่าใช้จ่าย  250 บาท (รวมค่าไกด์)

 

 

 

 

Featured post

25 + 11 reason to go Penang Cameron Highland

25 เหตุผลที่ต้องไป

1. ไปปีนังได้หลากหลายเส้นทางขึ้นอยู่ระดับความชิล

2. ไปปีนัง ไปได้ทางเครื่องบิน จะบินตรง บินอ้อมแวะหลายเมืองก็ได้ 

3. นั่งเครืื่องไปลงหาดใหญ่ ต่อรถบัส ไปปีนัง ข้ามสะพานปีนัง เที่ยวเดียว 450 บาท ไปกลับ 800 บาท 5-7 ชม. 

3. นั่งเครื่องลงหาดใหญ่ นั่งเรือไปเกาะลังกาวี ต่อเรือมาเที่ยวปีนัง ไม่รู้กี่วันถึง แวะไปเรื่อย

4. ปีนังมีรถเมล์ฟรี และไม่ฟรี

5. มีรถท่องเที่ยว Penang Hop In Hop Off

6. ค่าเงินริงกิต 1Rm = 7-10 บาท เราได้เรท 8 บาท^^

7. ที่พักมีหลากหลายราคา มีหลากหลายความชอบ (เราพักเดี่ยวห้องแอร์200-350บาท/คืน) จ่าย 2 คืน 400 นิดๆ

8. ย่าน Love lane แหล่งของเหล่งแบคแพคเกอร์ และปาร์ตี้ชิวๆ

9. อาหารท้องถิ่นต้องลองราคาถูกมาก

10. Sim card ซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ ราคาถูก

11. เมืองจอร์จทาวน์เป็นเมืองมรดกโลก

12. มีศิลปะเหล็กดัด 52 จุดด้วยกัน จะบ่งบอกถึง วิถีชีวิต ความหมายย่านนั้นๆ

13. ศิลปะภาพวาดมีทุกซอก ทุกมุม ทุกซอย 

14. สะดวกและง่ายต่อการเก็บ RC ศิลปะต่างๆ คือจักรยาน และการเดิน

15. ผู้รักงานศิลป์ และความอาร์ต ต้องมา Hin Bus Depot

16. Penang Hill ควรมา ช่วงเย็น อยู่จนมืด จะได้อารมณ์กลางวันกลางคืน นั่งรถรางราคา ไปกลับ 30 Rm *ขาไปนั่งตู้หลังสุดจะเห็นวิวสวยๆ ขาลับให้รีบนั่ง ไม่งั้นยืนเบียดเสียดคนแน่นมาก

17. คาเฟ่บนปีนังฮิลล์บรรยากาศดีงาม มีดนตรีสด เราชาร์ตแบตโทรศัพท์ที่นั่นด้วย พนักงาน เจ้าของร้านใจดี ชาร์ตฟรี + มาเติมชาให้ด้วย

18. ปีนังฮิลล์มีอารมณ์เช่นเดียวกับเกาหลีใต้ มีคล้องกุญแจด้วยนะ

19. คาเฟ่ชิคๆ คูลๆ มีเยอะมาก ใช้ Google map ปักหมุดจะช่วยหาได้เยอะ

20. มีทัวร์ลงหลากหลายเชื้อชาติ

21. Tan Jetty ต้องลองไป เป็นสถานที่นิยม Pre-wedding อีกที่หนึ่ง

22. พิพิธภัณฑ์ปีนังควรค่าแก่การเข้าชม 1 RM

23. Camera museum 20 RM ใครชอบก็ควรเข้า ไม่ชอบจะเฉยๆมาก

24. ตามแหล่งท่องเที่ยว หรือโรงแรม มีรับจองรถบัส ไปทั่วมาเลเซีย ราคาแตกต่างกันไป

25. ปีนังมาพักผ่อน 3 วันไม่พอ

11Cameron 

1. Cameron Highland เรียกอีกชื่อว่าTanah rata

2.เดินทางได้จาก ปีนังหรือ TBS สถานีขนส่งในเมือง ใช้เวลา 5-6 ชม.จาก 2 เส้นการเดิทาง

3. เป็นเมืองต่อจากอิโป (Ipoh)

4. มีไร่ชามากมาย และซื้อชาเป็นของฝากได้หลายเกรด

5. อาหารพื้นเมืองถูกมาก

6. ที่พัก ก็หลากหลายแนว หลายระดับแล้วแต่ความชอบ เราพัก hostel แต่เลือกคนเดียว เจอหน้างาน ห้องเล็กมาก ขอขยายห้องจ่ายเพิ่ม 10 Rm/2คืน ได้เตียงแฝดมาครอบครอง~~~~

7. มี join tours หลากหลายแนว หลายราคา 25-65 Rm 

8. Mossy Forest ป่ามอสโบราณต้องลองโดน

9. Gunung Brincgang สูงสุดมีความสูง 6,666 ฟุตเทียบได้ก็ 2000 นิดๆ ในหน่วย เมตร

10. มีคนไทยไปทำงานที่นั่นพอสมควร

11. ที่นี่อากาศเย็นตลอดปี ไม่มีแอร์

Thailand Trip Planner

Amazing ​Land of Smile

   Offering a rich culinary heritage, sun-kissed beaches, exotic culture, tropical climate, and stunning landscapes, a Thailand vacation remains one of the world’s greatest magnets for curious travelers. In between the busy and crowded cities, the Asian nation features a quiet countryside: a blend of lush rice paddies, flourishing tropical forests, and tiny villages living according to an age-old agricultural clock that continues to play a major role in the locals’ lifestyle. A tour of Thailand reveals a deep devotion to Buddhism, exemplified by eye-catching temples lavishly decorated with golden Buddha statues, simple shrines, and lively religious festivals celebrated throughout the country. Take stress off the schedule by using our.

Koa Chang,Trat
khao Sok,Suratthani
Temple in Ayutthaya
Kanchanaburi
Pang Ung Lake,Pai, Mae Hong Son
Phaya Nakorn Cave,Prachaup Khiri Khan
Pra That Pha Son Kaew Temple (Pogoda),Phetchaboon

Bike Tour Of Bangkok ‘s Green Lung

Bike Tour of Bangkok ‘s Green Lung

Half day trip from Bangkok,when you ‘re looking to escape the crowds, and noise, is visit to Bang Krachao.

Bang Krachao wa originally a place where a small population of Burmese Mon came when they settled in Thailand.Today, the area remains, and is required to remain undeveloped commercially, in an effort preserve the nature and culture of the district.No sky-rise buildings or commercial factories are allowed in Bang Krachao . 
You will see nature and culture of the district small population of Burmese Mon came when they setted in Thailand. You should everything protect sun and don’t miss camera. 

Schedule: 
Bike tour shot distance famous place in distric. 

Availability: 
Saturday and Sunday 
Morning : 8.30-12.00 
Afternoon : 1.00 – 4.30 

Meeting Point: 
Asoke BTS,MRT 

Price Includes: 
Bike, Boat ticket , Fee Entrance 

Price Doesn’t Include: 
Food

Sat – Sun. 8.30-12.00, 13.00- 16.30 

Duration 3.30 hour   Price  20$/per

วางแผนเที่ยวด้วยตัวเอง 

​รับวางแผนเที่ยวสำหรับมือใหม่หัดเดินทางสะพายเป้เดินทาง 

   ไม่ชอบไกด์ ไม่ชอบไปกับทัวร์  อยากเที่ยวด้วยตัวเอง แต่ไม่รู้จะไปยังไง เริ่มตรงไหนก่อนดี  เรามีบริการ วางแผนการเดินทาง ตั้งแต่ จองตั๋วเครื่องบิน  จองโรงแรม หรือ วางแผนการเดินทางตั้งแต่วันแรก ว่าต้องจองโรงแรมไหน เดินทางไปเที่ยวที่ไหนก่อน ขึ้นรถอะไรตรงไหน ยังไง เริ่มต้นที่ 1000 บาท…
ทำไมต้องจ้าง?

  การจะวางแผนทำอะไร ไปไหนนั้นแต่ละครั้ง จะหาข้อมูลทั้งหมด ไม่ใช่เรื่องง่ายนั่งเสริช นั่งอ่าน ใช้เวลานานพอสมควร เสียเวลาเป็นวันๆ ไม่กล้าตัดสินใจไม่มีประสบการณ์ จะปลอดภัยไหม มีคำถามในใจมาตลอด จ้างง่ายสุด^^ และบางสถานที่ก็มีความแปลกใหม่ น่าสนใจ ไม่เคยได้ยิน ได้ผจญภัยด้วยตัวเองแบบปลอดภัย 
**โดยค่าบริการเหล่านี้ขึ้นอยู่กับ จำนวนวันเดินทาง  จำนวนประเทศ และประเทศที่จะเดินทาง  ยากง่ายขนาดไหน   การชำระค่าบริการ ชำระ 50%เมื่อตกลงจ้างงาน และ โปรแกรมจะแล้วเสร็จ  1-2 อาทิตย์หลังตกลงงาน

**เมื่อโปรแกรมวางแผนการเดินทางแล้วเสร็จ จะต้องชำระเงินครบตามตกลง จึงจะได้รับแผนการเดินทางจากเรา
สิ่งที่เราจะวางแผนให้คุณคือ

 -โปรแกรมการเดินทาง จะเป็นวางโปรแกรมตาม สไตล์การท่องเที่ยว และตามความสนใจของตัวคุณเอง บางท่านชอบธรรมชาติ     บางท่านชอบถ่ายรูป บางท่าน ชอบชอปปิ้ง
  -วางแผนการจองโรงแรมให้ แนะนำวิธีการจองโรงแรม โดยจะส่งชื่อโรงแรมไปให้ท่านเลือก 2-3โรงแรม ต่อ 1 ที่พัก
  -บอกวิธี การเดินทาง โดยรถไฟ รถโดยสารประจำทาง รถไฟฟ้า รถตู้ รถไฟใต้ดิน การจองตั๋วเครื่องบินในประเทศ  บอกวิธีซื้อ วิธีจองล่วงหน้า ผ่านทางเวบไซ

  – เทคนิคการเที่ยวต่างๆให้คุ้มค่าประหยัดเงิน
**ให้คำแนะนำ ความช่วยเหลือ ตอบคำถามที่สงสัย ตลอดทริป**

 ติดต่อที่: maii.kwang

k.thikampon@gmail.com

How to Save Money for Travel

Do the prices of flights make your heart contract? Feel weak when you get an email advertising discount travel “specials” that would require you to basically stop eating in order to fund the trip? Do you look at people who always seem to be hopping on a plane/train/cruise and wonder how to save money so you can do the same thing? Congratulations – you’re normal.

Here are some of my tips on how to save money for travel (and stay motivated while you do it).

Book cheap flights

KNOW YOUR REAL BANK BALANCE (AND YOUR GOALS)

While it sounds pretty boring (I can almost hear you crying ‘Don’t make me open a spreadsheet, please!”), you can’t start saving money until you have a good idea of how much you’re bringing in and how much you’re spending. List your monthly expenses (all of them) in whichever way seems less threatening – try the notes app on your phone, or on a nice harmless piece of paper. It won’t bite.

Try to be as exact as possible, but focus on the expenses that you incur every month or on some other regular basis. What is on that list that you could do without? Do you have a monthly subscription for a TV service you never watch? Gym membership you barely use? Bingeing on digital downloads you could do without? Are you spending more on entertainment and eating out than you thought? Try to remove the less-than-crucial expenses from your list, then add up what is left.

Now, if you subtract that total from your income, how much is left over? If you’re ambitious, that could be how much you save every month. Maybe you could save even more than that, if no unexpected expenses popped up to eat your money and you work consistently to cut back. Use that figure to set a monthly target of how much you’d like to save. Now you have a goal to work towards.

PAY YOUR SAVINGS OUT FIRST

I know people who try to save what’s left over at the end of the month. If you’re super disciplined and can see that money in your bank account and not spend it, good for you. I see that money, forget it’s meant to be savings, and accidentally trip and fall into the nearest shopping mall.

I highly (strongly. seriously.) suggest that you open up a separate savings account, linked to your main account. The second your money comes in, pay the amount you want to save directly into your savings account and try to forget about it. It’s untouchable.

If something unavoidable or urgent pops up and you really need the money, you can transfer it back. But if not, it will reside in a nice safe space, earning you interest while your other account takes all the day-to-day damage.

Cheap hotels

This also saves you the mental calculations to deduct your savings from your disposable income to work out how much you can actually spend. In a few months, the balance in your savings account can help motivate you to keep going, virtually crying out “Don’t spend me!” and showing you how far you’ve come.

FIGURE OUT WHAT YOU CAN (AND CAN’T) LIVE WITHOUT

If you’ve tried this savings thing before, you’ve probably come across a book called ‘Your money or your life‘. While I am not going to force you to follow all the nine steps (if you feel so inclined, feel free), one part that hit home for me was around what makes you happy and what you feel is a valuable way to spend your hard-earned cash.

Remember, that money didn’t just appear — you dedicated hours and hours of your time on this planet to a task and money was given in return. If you put all that effort in, don’t you want to spend it on things you actually care about? What is a non-negotiable and worthwhile expense for you and what isn’t?

For example, I used to spend a lot of money on food. While I like food (and need it to survive, obviously), I did not want hours at a desk to be repaid by boring things like bread and apples. So I found ways to cut down (switch brands, try different stores, finish everything in the cupboard before buying more) and I was fine with it. I didn’t feel deprived.

Now, if you’d told me to cut down on my dance classes, I would have death-stared you into eternity. They’re something I genuinely enjoy and look forward to, and sacrificing them for a cheaper form of exercise would have made me feel cheated and frustrated. I could save in other ways, but I’d be okay if I could still have that one thing.

Figure out what adds the most to your life and accept that expense. It will keep you motivated and help you on days you feel that saving is too hard and you should just give up. Once you’ve got that safely locked in, you can work on cutting back the others.

STAY AWAY FROM MONEY-EATING TEMPTATIONS

Don’t want to spend money? Don’t go to the shops. It seems so simple, but impulse buys are a threat you need to avoid.

Seriously, I know shopping is fun, but find another hobby. Don’t hang out at malls. Don’t window shop and torture yourself. Don’t browse online stores or make wishlists or obsess over whatever your favourite brand Instagrammed today. You’ll just see things you never knew existed but that you suddenly can’t live without. You’ll either spend money on them, or feel upset about the fact that you can’t.

If you need to go to the shops, go with a list, and don’t deviate, even for things that aren’t that expensive. In the age of fast fashion and affordable-but-beautiful goods, it may not seem like much of a dent in your pocket. I mean, they have a 3 for 2 special so it’s okay, right?

Sure, if you really, really need those 3 things because whatever you had broke or wore out and is essential and unfix-able. Otherwise, that’s money you spent on even more shirts instead of buying lunch one day on your Euro trip.

FIND CREATIVE (AND SMALL) WAYS TO CUT DOWN

If you think about it, there are probably lots of ways you could save money. Maybe you could meet your friend for coffee-and-catchups in a nearby park with beverages you brought from home, instead of coughing up for a vanilla soy latte and slice of gourmet cake?

Maybe you could plan your meals in advance so you don’t hit up the more expensive corner store at 8pm on a Friday night because you’re out of a key ingredient. Could you walk, cycle or take public transport on the weekends to save money on petrol? Eat at home and just pay for drinks when you go out with friends?

When you look at these on their own (or when compared to the cost of big-ticket items like flights or accommodation), they may seem like insignificant savings. But over time, they all add up. A small change now could let you buy another scoop of gelato in Florence, or a ride on the metro, or a museum entrance fee, or pay for some fresh fruit for breakfast when you’re sick of hotel croissants.

Try to make small steps towards your goal everyday and celebrate the moments when you spend less than you could have.

CAN’T SAVE ANY MORE? MAKE MORE

Of course, if you’ve tried every money saving tip Google can find and you simply can’t spend any less, you’ve got another option: earn more. Now, I’m not suggesting you have to ask for a raise or go hunt for a higher-paying job, but there a few ways to top up your piggy bank.

Odd jobs and part-time and weekend work could help you out. A couple of shifts at the local ice cream parlor perhaps, or a house-sitting service? Know anyone so doggedly avoiding a task that they’d be willing to pay you to get it done? Have any creative business ideas you could turn into passive or side income? Or perhaps some old appliances or furniture you can list online and live without? Look for opportunities.

VISUALISE AND PLAN YOUR TRIP TO KEEP INSPIRED

Let’s face it, saving isn’t much fun. But you know your trip will be. On the days when you’ve had enough, immerse yourself in planning. Read up about the hangouts the locals love. Research the architect of the famous cathedral. Browse cute Airbnbs or restaurants in the area. Imagine what it would feel like to walk the cobbled streets.

Yes, your trip may be months or even years away. But you’re working towards it. You’re getting closer with every paycheck. And when you get there, you’ll know almost as much as the tour guide and appreciate it so much more.

Then all the times you had to choose the cheapest option or miss out on something will be passed. And they’ll have been worth it.

Need some more tips to stay motivated? I’ve written more about how to consistently work to achieve your goals here.

……………..

Register Airbnb Gift for you ฿1,100 From First to adventure My link : https://abnb.me/e/TeVioE8WLH


Hotel most luxurious In Thailand

       ​Deciding which hotels are going to make it into this list – and which ones won’t be displayed – hasn’t been harder for any other country than it’s been for Thailand. There are simply too many extremely luxurious properties located throughout the whole country and especially so on Koh Samui and Phuket, so it was very hard to choose. 

The most amazing hotels in Thailand.

“Standard” rooms, if you can call them that, start between US$100 and US$3,000 a night. The good thing about some of the really large villas is, that they often offer five or more bedrooms so you could split the cost with your friends.

Here are our top picks for, the most amazing hotels in Thailand:

Six Senses Koh Yao Noi

You can see the characteristic limestone rocks in the Andaman Sea right from your bed or own infinity pool if you decide to stay at the Six Senses Yao Noi, located on the island Koh Yao Noi about 45 minutes by speedboat from Phuket.

Most Amazing Hotels Thailand

Santhiya Koh Yao Yai

We’ve had the pleasure of spending 5 nights at this stunning resort. The Santhiya Koh Yao Yai, just south of Koh Yao Noi, is the only affordable property on this list. Rooms start at US$100, your own pool villas are roughly $200, the really nice ones with infinity pools looking out to sea will set you back $300, and even the huge two story villas with room for up to six people usually won’t cost you more than $400 to $500 depending on the season. Excellent value!
The villas are all built in traditional Thai style so this place is really authentic too.

Most Amazing Hotels Thailand

Banyan Tree Bangkok

Along with the Lebua at State Tower (Hangover II), the Moon Bar up on the equally amazing Banyan Tree hotel belongs to the very best in Bangkok. The Moon Bar will most likely not be as crowded with selfie-taking tourists and thus a bit more classy, however the prices are not significantly lower. Expect to pay at least US$15 for a proper drink up here.

Most Amazing Hotels Thailand

Banyan Tree Phuket

Some of the largest private pools you’ll ever see, are part of the Banyan Tree Phuket. The really long pools reach out right into the lake, or towards the beach, depending on what villa you settle for. There are a few villas that come with a water-surrounded massage parlour, with unlimited massages included throughout your stay.

Most Amazing Hotels Thailand

Anantara Golden Triangle

This resort has probably got the only infinity pool in the world from which you can view three countries. All at the same time in the same direction! Thailand right in front of you, Myanmar further back, and the mountains in the distance belong to Laos. Not to mention the Anantara Golden Triangle itself is pretty amazing too, with lots of great view spots. However if you decide to come during winter, be prepared for night temperatures of only 15°C (59°F), which Thailand usually isn’t known for.

Most Amazing Hotels Thailand

Banyan Tree Koh Samui

The third Banyan Tree property on this list, and they just don’t get boring. If you’re going to Koh Samui and you’re willing to splash your cash, then the Banyan Tree is the place to go.

Most Amazing Hotels Thailand

Rayavadee Krabi

Located right beneath some of the most beautiful limestone formations around Krabi, the Rayavadee has got an amazing setting to offer for sure. Not only do the beach and restaurant indulge you with these fantastic views, but also the private pool villas are located just next to some of these beautiful rocks!

Most Amazing Hotels Thailand

Soneva Kiri Koh Kood

Soneva is known for a few of the most luxurious resorts in the entire world, such as the Gili Lankanfushi in the Maldives. They’ve also set foot in Thailand, with the Soneva Kiri located on the sparsely populated island of Koh Kood. They’ll even fly you there on their own plane straight from Bangkok! I guess if you can rack up the US$3,000 a night for the “basic” villas, you don’t have to worry about the cost of a private flight…

Most Amazing Hotels Thailand

Trisara Phuket

Pictures say more than 1,000 words… Unfortunately these villas at Trisara, Phuket will also set you back more than US$1,000 per night…but with stunning views like this, its no surprise.

Most Amazing Hotels Thailand

Vana Belle, a Luxury Collection Resort, Koh Samui

Would you rather spend the afternoon sitting in your own hot tub or chill in your super modern infinity pool? The choice is yours at the Vana Belle Koh Samui. It’s part of the Luxury Collection and thus part of the SPG (Starwood Preferred Guest) programme with all the benefits resulting from that.

Most Amazing Hotels Thailand

Phulay Bay, a Ritz-Carlton Reserve

Ritz-Carlton has got one property in Thailand. It is located in Krabi and especially famous for its beautiful, relaxing, tropical themed spa. Besides that, of course their “rooms” at Phulay Bay are pretty decent too.

Most Amazing Hotels Thailand

Sri Panwa Phuket

That bedroom right there is seriously next level. You basically just need to fall out of bed to find yourself in your own amazing infinity pool. For what it is, the price tag is still acceptable as well, with pool villas starting at US$300. Even the 250m² villa you see right here at Sri Panwa Phuket is “only” around twice that much.

Most Amazing Hotels Thailand

Conrad Koh Samui

At the Conrad Koh Samui you’ll get a great view from almost every villa there is to choose from. The good thing is, you can book it on Hilton points and thus get some good deals in high season. During low season, it might be more economical to just pay for it, instead of using points.

Most Amazing Hotels Thailand

Iniala Beach House Phang-Nga

The Iniala Beach House is probably one of the most stylish hotels you’ll every come across. Especially inside the futuristic villas, every single piece of furniture and decoration is nothing short of ridiculously amazing. Put all that right by a beach, add an infinity pool, and this is what you get. Unfortunately the price is extremely high too, with basic rooms starting in the four figures.

Most Amazing Hotels Thailand

Paradee Koh Samet

If you’d rather stay in a Zanzibar style beach villa, check out the Paradee Hotel on the island of Koh Samet known for its white beaches. The villa design reminds a bit of african beaches more than asian beach destinations and thus is a nice change.

Most Amazing Hotels Thailand

Samujana Koh Samui

Before you ask: This is not the public area, this is your own terrace and pool. The Samujana Koh Samui is so over the top, there aren’t really any words to describe it. They have villas from three to eight bedrooms available, starting between US$1,000 and 3,000 a night.
If renting these is not an option for you, you can buy them outright and then rent them out to other people or use them as a holiday home. How does that sound!? This is a six bedroom villa:

Most Amazing Hotels Thailand

Do you have any other of the most amazing hotels in Thailand to add to our list? Any questions regarding these? Just comment below and we will be happy to answer them.   

…………….

Register Airbnb Gift for you ฿1,100 From First to adventure My link : https://abnb.me/e/TeVioE8WLH


Plan to travel by me in Thailand

Things to do in Thailand

Meet local guide and tour through Thailand with me, showing you exactly what to do in Thailand!

If you want to travel in Thailand by yourself but not use tour (anti-tour) I can help you to plan :

  * Amazing  * New place * culture *nature

Ancient, Heritage city,Popular place ir another place tell me.

 – Ayutthaya – Chaing Mai – Phuket – Puttaya

– Hua Hin

Thai food in Ayutthaya

Temple ancient Ayutthaya

 Death Railway in Kanchanaburi

Register Airbnb Gift for you ฿1,100 From First to adventure My link : https://abnb.me/e/TeVioE8WLH

>เวียดนาม ใต้ กลาง เหนือ คนเดียว เที่ยวด้วยตัวเอง

กระทู้นี้นะคะ อยากจะแชร์ประสบการณ์การเดินทางที่เวียดนาม  ประเทศที่ใครๆ
ก็เล่าขาน ว่า “ถูกหลอกโดนโกง โน่นนี่นั่น”
หึ ๆ ๆ เชื่อไหม ไป 8 วัน ไม่โดน เลยสักที่      เจอแต่คนใจดี  เหมือนเรา….โกงเขาอีกด้วย ><
เส้นทางของเราเริ่มจาก  เวียดนาม ใต้   กลาง   เหนือนะคะ
ทริปนี้เป็น ทริปที่คิดจะไปคนเดียว  จนวินาทีสุดท้าย  หาเพื่อนเหอะ++ ได้มาสมาชิกมา 2 คน ไม่รู้จักกัน
ไปเจอกันที่ เวียดนามนะสุดท้าย  ท้ายสุด ก็เหลือ เรากะผู้ร่วมชะตากรรมอีก 1 คน
แหม  อุตส่าห์  มโน  เห้ย นี่มันหนัง  เรา สอง สาม คน ชัดๆ  สรุปกลายมาเป็น  2 ป้าว้าวุ่น แทนซะงั้น

………………………….
แบบคร่าวๆนะ ไม่รู้ว่าราคานี้ถูกไหม นะคะ
day 1 ดอนเมือง-โฮจิมินห์-รถนอนสู่ดาลัด
day 2-3-4 ดาลัด นอน 2 คืน
day 4 ดาลัด-มุ่ยเน้  นอนมุ่ยเน้ 1 คืน
day 5 มุ่ยเน้-โฮจิมินห์-ดานัง  ดานัง 1 คืน
day 6 ดานัง- ฮอยอัน  นอน ฮอยอัน 1 คืน
day 7 ฮอยอัน – ดานัง -เว้ – ฮานอย – นิญบิ่ญ นอนนิญบิ่น 1 คืน
day 8 นิญบิ่ญ-ฮานอย-ไทยแลนด์
การเดินทางช่วง  24 – 31 ธ.ค. 59  8 วัน 7 คืน
ค่าตั๋ว ไป-กลับ และตั๋วบินในประเทศ  2 เที่ยว ประมาณ 4000  บาท
ที่พัก  6 คืน ประมาณ                                            2700  บาท
ค่ากิน  ไม่อั้น  ค่าช๊อปไม่อั้น
เอาเป็นว่า  เวียดนามเรา  เสียไป ไม่เกินรวมทุกอย่าง  15,000 บาท
…………………………………
ไปคะ ไปเที่ยวกัน  ส่วนใหญ่ เราจะลงในโลกโซเชี่ยลของเรา FB แล้ว ก็จะมีคนรู้จัก เดินตามรอย คราวนี้เลยลงในกระทู้บ้าง
เผื่อเป็น หนทาง แนวทาง ในการไปเที่ยวที่นี่นะคะ ไปต่อกันคะ…

วันแรกของการเดินทาง ตามฉบับกระทู้อื่นๆเลยนะคะ
จากดอนเมือง สู่ เมือง ลุงโฮ …^^ความรู้สึกแรก เห้ย มีคนรอรับกันขนาดนี้เลยหรอ หึๆ อย่างกับ ดาราเลยคร้า… ใจเย็นไปๆ ไปแลกเงินก่อน ต่อด้วยซื้อซิม หึๆ ด่านแรก เป็นไง แค่เรทสนามบิน ห่างกันแค่ 10 เมตร เคาเตอร์แรกเงินก็จะโกงกันละ ไม่ได้แอ้มพี่นะจ๊ะ … จัดการคำนวณคะ ร้านไหนเรทดี จัดไป เมื่อมีเงินล้านในมือ ใจสั่นมาก เงินนี่พร้อมจะโบยบินตลอดเวลา รอบนี้มี สมาชิกมาด้วยต้องหาทางติดต่อกันคะ  นั่นไงๆ บูทส์ “เวียดเทล” ป๊อปปูล่าอินพีเพิ้ลส์ พนักงานได้กล่าวไว้ ก็ได้ๆ จัดสิรอไรคะ  …หลังจากนั้นเราก็เดินด้วยความมั่นใจ ตรงดิ่ง ไปที่บัส 152 จ่ายไป 5000 ด่ง (ทำการบ้านมาดีมาก^^) ถึงขนส่ง เอาสิ ยืนเงิบ และ งง ๆ หมุนรอบตัวเองสักพัก น้องที่มาด้วย ก็แชร์โลมา แล้ว  ทำไมจีพีเอส ไม่ขึ้นอ่ะ (ป๊อปปูล่าไหมหล่ะ…เน็ตหาย)
ตั้งสติรีเซ็ทเครื่องสักพัก พี่วินคะ เดินมาถามไปไหน เราก็ส่งให้ดูนะ จะไป โรงแรมที่น้องบอก พี่แกคิดเรา 50,000 ด่ง พระเจ้า!! Grab car บอกเราแค่ 12,000 นะ
No No expensive. เดินหนีก่อนเรา (เกือบโดนดอกที่1) กว่าเราจะเจอน้องได้ เป็นชั่วโมง ด้วยความเร็วของเน็ตที่มี จีพีเอสที่มาๆหายๆ หึๆหึๆ
หลังจากที่เจอน้อง น้องสมาชิกที่รู้จักกันดาบหน้า พาไปเก็บกระเป๋าคะ^^ เอาของที่จำเป็นติดตัวไปพอ เริ่มคะ เริ่มทัวร์เมืองไซง่อนกัน
ที่แรกเลย ตลาดเบนถาน …อร้ายชุดอ่าวญ่าย อยากได้ ….(ใส่ไปไหนหล่ะเธอ เก็บเงินแล้วไปต่อคะ) เดินชมกว่าร้อยร้าน จนเดินมาถึง ไปรษณีย์คะ สวยอ่ะ ผู้คนเยอะจริง ส่งโปสการ์ดกลับบ้านไป 1 ใบครึ่งแสน…

ไม่รีรอหันซ้ายแลขวา มุ่งหน้า สู่โบสถ์ นอร์ทเทอดัม

หลังจากนั้นเราก็เดินคะ ไปจุดสำคัญ ต่างๆ แล้วก็นั่งรถเมล์ กลับไป ท่ารถ เพื่อเดินไปจองตั๋วรถไปดาลัด (ตั๋วต้องเต็ม แน่ๆ) หลังจากจองเสร็จสับ ฝั่งตรงข้ามมีตลาดพอดี ไปเดินชมหาไรกระแทกท้องสักหน่อย … แล้วจะไปไหนต่อเนี่ย จองรถไว้ 4 ทุ่ม กลับที่พักคะ ทำได้อย่างเดียว….คืนนี้มีปาร์ตี้ คริสมาสต์อีฟที่ที่พักคะ พนักงานใจดีมาก ยูแคนจอยซ์พาร์ตี้ …พร้อมใจเลยคะ ฟรีหรา!!  พนักงานยิ้มอ่อนๆบอกว่า “ใช่” เรากะน้องหันหน้ายิ้มใส่กัน สรุป ก่อนที่เราจะได้เวลาขึ้นรถเรา ก็ร่วมวง สนุกสนานกับปาร์ตี้ ทั้งพนักงานแขกเข้าพัก เราได้เพื่อนใหม่ มิตรภาพเยอะแยะมากมาย ทั้งเบียร์ อาหารเวียดนาม มาเต็ม จริงๆ คนเวียดนามใจดีนะคะ พออิ่มท้องใกล้เวลา เราก็ลาจากไป ขอบคุณมิตรภาพจริงๆ…
ได้เวลาขึ้นรถ เรากะน้องจอง ค่ายFutabus สายสีส้ม ถึงเวลาขึ้นรถไหน รถเต็ม ไหนคนเยอะ ไหนเที่ยวรถน้อย 5555. คันเรามีผู้ร่วมเดินทาง 6 คน แล้วที่สำคัญ คืนนั้นรอบที่พร้อมเรา มีประมาณ 3 คัน…^^
….ตื่นเต้นคะ จองข้างหลังสุดไว้ ขอเปลี่ยนมาหน้าเลย ติดกระจก ชมเมืองคืนคริสมาสอีฟ…ก่อนหลับไป

3 วัน 2 คืน ที่ ดาลัด….

เรากะน้อง ตกลงว่าจะ มาใช้ ชีวิตช้าๆ ที่นี่ เพราะอากาศเย็น เป็นใจ….แต่ความไม่คาดฝันก็บังเกิด เช้ามา พี่คะ หนูรู้สึกไม่ดี ปวดหัว…สรุปน้องไม่สบาย ป่วย แผนทั้งหมดที่วางไว้ …. ไม่ๆๆ ไม่เป็นไร เปลี่ยนแผน สรุป เราไม่ต้องไปครบทุกที่ในดาลัดตามกระทู้อื่นๆก็ได้ เอาที่เราอยากไปจริงๆ…. ^^ คิดแบบนี้จะได้สบายใจ โชคดีที่โรงแรมให้เช็คอิน เร็ว น้องผู้ร่วมชะตาก็ได้นอนพักผ่อนด้วย ส่วนเราก็ทัวร์รอบเมือง เดินชม ใช้ชีวิตแบบช้าๆ อย่างสมใจ ใน 2 วัน

ระหว่างที่อยู่ที่นี่ เราใช้ มอเตอร์ไซส์ในการเดินทางทั้งหมด ค่าเช่า จากโรงแรม 150,000 ด่ง/วัน แต่ด้วยเหตุที่น้องป่วย เราออกเที่ยวกันก็ 10 โมงกว่าๆ คืนรถก็ 6 โมงกว่า โรงแรมเลยคิดครึ่งราคา ทั้ง 2 วันเลย…ใจดีอีกละ^^ ในดาลัด เราไปไม่ครบทุกที่ เก็บเฉพาะที่ที่อยากไป แต่ก็เป็นเมืองที่ประทำใจมากๆ ชอบร้านอาหารที่ตรงข้ามกับสวนดอกไม้ บรรยากาศดี นั่งรับลมชมวิว…นานเลย. ส่วนใหญ่ เราใช้คำว่า ขับร่อน ชมเมือง เข้าทุกซอกทุกซอย จนตำรวจเรียก เหตุขับไม่ดูตามชาวบ้านว่าทางมันวันเวย์><‘….แต่ก็รอดมาจนได้
….

หลังจากใช้ชีวิตช้าๆ เพียงพอแล้ว… น้องก็เริ่มหายดี เราก็เริ่มออกเดินทางสู่ มุ่ยเน้ ดินแดนทะเลทราย ถึงก็ 11.00 กว่า แต่ และ แต่ น้องเป็นฟรีแลนซ์ …พี่คะน้องมีงานด่วน …..เอิ่มไม่เป็นไร พี่ไปคนเดียวได้^^
สุดท้ายเรารอน้องทำงานจนเสร็จแล้วออกไปเที่ยวกับทัวร์ ทันตอน บ่ายโมงครึ่งพอดี ตอนนี้ราคาทัวร์ แบบJoingroup คนละ 5 เหรียญ นั่งรถจี๊ป ประมาณ 7 คน สถานที่ก็ตามทัวร์คะ ที่ที่ชอบสุดๆ 2 ทะเลทรายทั้งขาว และแดง ส่วนของทะเลทรายขาว เราต้องต่อรถATV หรือไม่ก็รถจี๊ป อีกที เพราะไกลมา  แต่เราอาศัยเดิน เอา^^ งกๆ เก็บไว้กินอาหารทะเลมื้อเย็น ^^
ที่นี่ สำหรับเราไม่มีอะไรมาก ชอบที่สุดที่ได้ดูพระอาทิตย์ตกดินนี่แหละ เหนื่อยก็ขอพักสักคืน รุ่งเช้าค่อยกลับโฮจิมินห์^^กันเนอะ …

ระหว่างรอรถกลับ หน้า บริษัททัวร์ของ Sinhtourist มีร้านขาย Ban mi กับกาแฟ ประมาณนี้ ก็จัดแก้หิว แต่ราคาที่เขาขายเรา 15,000 ด่ง แต่ ของชาวญี่ปุ่น ที่มาซื้อหลังเรา 20,000 ด่ง คนละเรทด้วยอ่ะ…โดนหลอกไหมอ่ะเรา ไม่หลอกมั้ง!! ไปคะมุ่งหน้าสู่โฮจิมินห์

12.00 ถึงโฮจิมินห์ …
ติ้ง เมลล์ๆมาจากเวียตเจ็ท ขอเลื่อน เวลาการเดินทาง … เอาแล้วไง ไปไหนกันดีหล่ะพวกเรา..ถึงออฟฟิศรถทัวร์ เราก็ขอนั่งคิดแผนการเดินทางสักพัก คิดได้ไม่เท่าไหร่ พี่ๆ ส่งเมลล์มาเลื่อนอีกแล้ว??? อ้าว เอาละไง เคเอางี้ พี่ขอตัวไป ไปรษณีย์ ส่งของกลับบ้าน ส่วนน้องนั่งชิลล์ร้านกาแฟนะ …สรุปการวางแผนตามนี้ เราก็เอาเสื้อผ้าหนักๆ ส่งกลับบ้าน ก็ยังอีกหลายวัน กระเป๋าเต็ม ของฝากอัดกระเป๋ามะได้แล้ว555 หมดไปครึ่งล้าน…หน้าซีดเลยเรา หลังจากนั้น เราก็มาใช้ชีวิตช้าๆ ที่ไซง่อนกันต่อ ก่อนไป ขึ้นเครื่อง สายการบินในประเทศ คนรึหนอนเยอะจัง…อ่อใกล้ปีใหม่ คนกลับบ้านเนอะ กว่าจะเรียบร้อย ก็เกือบใกล้เวลา ช้ากันตรงถอดรองเท้าสแกนด์นี่แหละ  ตรวจได้เข้มข้นมาก นั่งรอสักพัก ไฟลท์ดีเลย์คร้า เยี่ยมๆ สรุปกำหนดที่จะถึงดานัง 4 โมงเย็น กลายเป็น ดานัง 3 ทุ่ม นั่นไงสายการบินในประเทศ ที่เขาว่สจอมดีเลย์
คืนนี้พักที่ดานัง ….. พี่ๆ น้องมีเพื่อนที่ดานัง ขอแชทหาแปร๊ปนะ …. จัดไปคะ   ขออาบน้ำเตรียมนอนนะ…
หายไปสักพัก พี่ๆ พรุ่งนี้เพื่อนจะมารับไปเที่ยว เยส!!  โย้ว ดีจุง^^
เช้ามา อากาศเย็นจัง!!  แหะๆ ฝนตกเมื่อคืน ไม่ล่มนะทริปไม่ล่ม สักพักหนุ่มสาวชาวเวียดนามก็มารับเราไปเที่ยว ตามสถานที่ๆเราอยากไป และที่เขาแนะนำ^^คะ และแล้วฝนก็ตกจนได้ เราก็แว้นท์กันกลางสายฝน..

วัดนี้ที่เขาพาไป อยู่บนเขาชื่ออะไรจำไม่ได้คะ^^ แล้วก็ไปต่อกันที่ ถ้ำ ฝนเริ่มหนัก กล้องไม่หยิบมาถ่ายแล้ว ทุกอย่างเก็บๆๆ… เก็บเป็นประทับใจทางสายตาแทน หลังจากเดินเที่ยวแบบฝนพรำจนพอใจ เราให้เขาช่วยจอง รถไฟให้คะ พวกเราจะไป ตัมก๊อก ฮาลองบก ด้วยตัวเองกัน^^ ดานังเป็นเมืองที่สวยนะคะ ขนาดฝนตกเรายังประทับใจ น้ำทะเลยังเขียว ถ้าฝนไม่ตกคงดี^^
พอเย็นๆ เราก็นั่งรถบัสท้องถิ่นไปฮอยอันกันคะ..จัดไปคนละ 30,000 ด่ง ถึงฮอยอันเก็บของเข้าที่พัก เราเช่าจักรยานกันคะ 4 ชม. ได้มา 15,000 ด่ง แพงป่าวไม่รู้
ปั่นไปเที่ยวเมืองโคมไฟ ตรงนี้แหละคะเกือบโดนหลอก มีเจ้าหน้าที่กักตัวเราไม่ให้เข้า จะให้เราซื้อตั๋วเข้าชมเมือง เรา2 คนมองหน้ากันเบาถอยออกทันที เห้ยในกระทู้อื่นไม่เห็นบอกเลย ต้องเสียอ่ะ ไปๆทางอื่นสิ ในที่สุด ก็เดินชมได้สบายใจคะ … ฝนตกพรำๆตลอดเลย…

กล้องก็ตามระเบียบ เก็บอีกแล้ว …. ผู้คนเยอะจัง โดยเฉพาะคนจีน ญี่ปุ่น เกาหลี^^ หิวๆคะหิว เรา2 คนหันไปเห็นเรือ ขายอาหาร ก็ขึ้นไปนั่งกินกันสักพัก หึๆ เรือๆ จะออกไปไหน อ่อๆ ย้ายที่ขาย สรุปได้นั่งเรือ ดินเนอร์ ชมเมือง ฮอยอันด้วย^^ ได้เวลากลับคะ พรุ่งนี้เช้าค่อยออกต่อ…รุ่งเช้าเราต่างคน ต่าง ไปใช้ชีวิตช้าๆดหมือนเดิม ปั่นกันคนละคัน แล้วมาเจอกันร้านกาแฟท๊อปฮิต Coco box ที่มีเกลื่อนกลาด กว่าจะกันหาเจอ….สักพักใกล้เวลาที่ต้องออกจากฮอยอัน เราเดินทางจาก ฮอยอันไปดานัง และ ดานังไป เว้ มีรถประจำทาง รอบนี้เรา ใช้ชีวิตผิดคะ เพราะเลือกสนามบินผิด 55 แทนทีาจะเลือกดานัง ดันเลือกสนามฟู่บ่าย (เว้ ) แทน พลาดเอง โง่เองคร้า ก็เลยได้ชมเมืองเว้อีกตามเคย แค่นั่งรถเราผ่านก็ถือว่าได้เที่ยวละคะ ได้ชมบ้านเมือง ความแตกต่าง ^^ สรุป เวียดนามกลาง เราก็ได้เยือนทั้ง 3 เมือง ฝนตกตลอดทุกวัน ประทับใจสุด ที่ ดานัง ผู้คนน้อยดี^^

ฟู่บ่าย ถึง โหน่ยบ่าย ก็เป็นเวลา 19.00 กว่าๆ
พวกเราก็ตามแผนคะ ฮานอยไม่มีอะไรมากมาย ไปนิญบิ่ญ ด้วยรถไฟที่จองไว้ละกัน^^ ก่อนอื่นหารถจากสนามบินไปสถานีรถไฟ มีรถสาย 86. สีส้ม 30,000 ด่งตลอดสาย คะ ฟรีไวไฟ เมื่อมาถึงสถานีรถไฟ คนๆคนเยอะอีกแล้ว หิวอีกแล้ว หิวตลอดทริป เห็นตฟู้ขายอาหารตรงดิ่งสิคะ เห้ยมีข้าวสวยแล้ว จัดเลย ท้องเรียกร้องข้าวมานานแล้ว^^ รู้สึกดีมากๆ ที่มีข้าวลงท้อง เพราะตลอดที่อยู่ที่นี่กินแต่ เฝอ กะ บันมี่ จริงๆ
รถไฟที่เพื่อนเวียดนามจองให้เป็นแบบที่นั่งเบาะนิ่ม เทียบกับเมืองไทยก็ชั้น 2 แอร์ แต่ดีงามกว่านิดนึง^^ รถไฟเราออกจากท่า 4 ทุ่ม ใช้เวลา 2 ชั่วโมงนิดๆ จะไปถึง นิญบิ่นคะ …..12.00 น. มาถึงสถานีรถไฟ เราก็มุ่งหน้าสู่ที่พัก พักคะพักผ่อนไม่ไหวแล้วววว เหนื่อย เพลียกับการเดินทาง..^^

7.00 น. นิญบิ่ญ พวกเราก็รีบเลยคะ ลงไปติดต่อหาเช่ามอไซค์เพื่อไปฮาลองบก (Tam coc) เราไม่ได้ไปตามเส้นทางของทัวร์นะคะ เราไปที่นี่ที่เดียว ^^ อยากมาแค่นี้เลย  ใจดีอีกแล้ว เราได้เช่ามอไซค์ในราคา 40,000 ด่ง คืนก่อนเที่ยง^^ เรากับน้อง ก็แว้นท์ เลยคะ อากาศเย็นใช้ได้ ไม่เสียแรงที่เสียเงินซื้อเสื้อโค้ช. เสัอกันหนาวกันจากดาลัด ครึ่งชั่วโมงก็มาถึงท่าเรือ ตรงนี้นะคะ รายละเอียดมีดังนี้
1.ค่าเรือเข้าชม 1 ลำ 150,000 ด่ง(นั่งได้ 2-4 คน)
2.ค่าเข้าชมคนละ 120,000 ด่ง
ไป 2 คนก็ 390,000 ด่ง
ที่นี่วัฒนธรรมเขาจะใช้เท้าในการพายเรือนะคะ ไปกลับใช้เวลา 2 ชั่วโมง ตรงนี้จะมีตากล้องถ่ายรูปคะ เขาบอกเรารูปละ20 บาท ตกลงเลยคร้า

ตรงนี้ที่พีคสุดๆ คงเป็นตอนย้อนกลับ จะมีแม่ค้าพายเรือมาขนาบข้างให้เราซื้อของกินให้คนพายเรือคะ เราก็มีน้ำใจ จัดให้ก็ได้ เพราะใช้เท้าก็เหนื่อยแหละ พอมาถึงพีคกว่า ขอทิปจากเรา เราก็ให้นะ 20,000 ด่ง แต่เขาไม่ยอม บอกว่า ต้องคนละ 20,000 ด่ง เราด้วยความพีคอีกเลยพูดภาษาไทยไปคะ ป้าจะเอาไม่เอาเงินค่าทิปเท่านี้ เราจะเดินหนีแล้วคะ ป้าแกก็ยอม เดินมาได้แค่ก้าวเดียว มีคนมาขายรูป บอกว่า 4 รูปร้อย ภาษาไทยด้วย เราเห็นว่ารูปที่ตกลง แค่ รูปละ20 บาท
แถมรูปอื่น ไม่สวยเลย … เราเลยบอกเหตุผลเขาไป เราเอาแค่ 2 รูป^^ และใบละ 20 บาทเท่านั้น ..เกือบโดนหลอกแล้วไหมหล่ะ อันที่จริงที่เราแสดงกริยาไม่ดีเพราะว่า เรือลำหน้าเราที่จอด ก็เป็นคู่สามีวัยเกษียรคนไทยเช่นเรา แต่คนพายเรือไม่เรียกร้องอะไรเลยสักนิด เราก็เลยต้องทำ จริงๆ ต้องขอโทษจริงๆ….บริเวณตรงนี้เราซื่อของฝาก แบบต่อกระจายเลย พวกหมวกเวียดนาม. หลังจากนั้น เราก็แว้นท์รอบเมือง ชมวิวคะ จนได้เวลากลับเช็คเอาท์กลับฮานอย โดยรถไฟเหมือนเดิม แต่คราวนี้ชั้น 3 ที่นั่งแข็งไม้ล้วนๆ ไม่มีเบาะ ค่อนข้างคล้ายเมืองไทยชั้นฟรีเลย^^ แต่ที่นี่ตรงหน้าต่างมีกรงบังไว้นะคะ เพื่อความปลอดถัย …

ถึงสถานีรถไฟ ฮานอย ก็ได้เวลาแยกย้าย ระหว่างเรากะกับน้องคะ เพราะเราต้องกลับ น้องยังอยู่เที่ยวต่อ^^เมื่อโบกมือลากัน มิตรภาพก็เพิ่มขึ้น
เราก็ขอเดินชม ทะเลสาปคืนดาบหน่อยละกัน ใกล้ๆ ชมความงามสักพัก ก็เดินกลับมาขึ้นรถสาย 86 ไปสนามบิน….

กลับไทยคร้า…กลับมาเคาท์ดาวน์ เมืองไทย บ้านเรา^^

<a href=”https://www.agoda.com/partners/partnersearch.aspx?cid=1792302&pcs=1

วังเวียง คนเดียว ก็เที่ยวได้

วังเวียง1
วังเวียงลาว

 

การเดินทางครั้งนี้นะคะ….เกิดขึ้นแบบ งงๆ ใจ ตัวเองมาก หาข้อมูลนั่งรถไฟ ไปกาญ สังขละ จบที่บ้านอิต่อง เหมืองปิล๊อก โพสท์หาเพื่อนเที่ยว ร่วม 2 สัปดาห์  ไม่มีสักคน .. ค่าใช้จ่ายตั้งงบไว้ 2500 บาท ไม่มีเพื่อนไปอีก เปลี่ยนแผนไปลาว เลยละกัน^^ ไปตายดาบหน้า ว่าแล้วเก็บกระเป๋า ไปขึ้นรถไฟฟรี

20.00 ตีตั๋วฟรี กทม.-หนองคาย ลองลำบากซะบ้าง ถึงเวลาขบวนรถออก คนเยอะพอสมควร เยอะขนาดไม่กล้าหลับใจนี่กลัวไปทุกๆ อย่าง ด้วยความไม่เคยนั่งรถไฟไกล กลางคืนอีกเนอะ … ในที่สุดก็นอนหลับไปตอนไหนไม่รู้ตัว

9.25 รถไฟถึงที่หมายสถานี หนองคาย รีบลงค่ะ รีบวิ่งไปขึ้นรถสองแถว 20 บาทไป บขส. ให้ทันรถ อุดร-วังเวียง จนแล้วจนรอด ไม่ทันค่ะ เอาไง นั่งรถหนองคาย-เวียงจันทน์แทนละกัน ตีตั๋วไป 55 บาท นั่งข้ามแดนไทยมาแดนลาว เสียค่าเข้าอีก 55 บาทโทษฐานเป็นคนต่างแดน ใช้พาสปอร์ต มาถึงตรงนี้แลกตเงินกีบไว้เลยนะคะ เรทดีใช้ได้

รถมาส่งแถวๆ ตลาดเช้า ลงรถได้เท่านั้นแหละค่ะ โอ้ยพี่ตุ๊กๆ มาลัรุมล้อม รีบวิ่งไปหารถบัสเขียว 147 ไปขนส่งสายเหนือ 5.000 k
พอรถมาถึงก็รีบลงเลย วิ่งๆ ไปหารถตู้ไปวังเวียง ในที่สุดเจอละ 50.000 k ซื้อน้ำไปกินบนรถอีก 5.000 k เฮ้ย แค่น้ำ แพงจัง!! เราก็ได้แต่บ่นในใจ
ตัดฉากชีวิตในรถตู้ที่แสนทรหด อากาศร้อน แอร์ไม่เย็น จะพีคอีกไหม มาถึงวังเวียง เย้ๆๆ ดีใจถึงสักที นี่จะ 4โมงละ ที่พักๆ เดินหา เต็มๆ เต็ม เหนื่อย!! โบกตุ๊กๆ บอกพี่เขาให้พาไปที่พักถูกๆ เป็นบังกะโล โอ้ว!! เยี่ยมมาก เงียบสงบ วิวสวย เราเลือกนอนห้องพัดลมห้องน้ำรวม แค่นอน อากาศกลางคืนเย็น สบายต่อจนได้ราคาดีงาม 70.000 k ต่อคืน งั้น 2 คืนเลย^^ พี่เจ้าของเลือกห้องที่ใช้ wifi จากล๊อบบี้ให้^^

หน้าตาที่พักของเรา

ภายในห้อง…อยากนอนบ้านไม้ไผ่ มานาน สมใจนาง

วิวหน้าห้องนะคะ

หลังจากเราได้ที่พัก ขอพักผ่อนหน่อย ….พักได้สักแปร๊บ ไปคุยกับพี่เจ้าของเรื่องทัวร์ พี่บอกว่าถ้าจะเที่ยววังเวียง 2 วันไม่พอหรอก พี่ก็เลยเอาแผนที่สถานที่เที่ยว ที่ทำขึ้นมาเอง ให้ดู ชี้ๆ สถานที่ใหม่ๆ โอ้ยงั้นมีหวังอยู่ต่ออีกคืนแน่ หลังจากคุยกันเสร็จ ก็เดินรอบเมือง หาของกิน เจอส้มตำหมูปิ้งคนเดียวจัดสักหน่อย โดนไป 35.000 k หลังจากท้องอิ่ม เดินสำรวจรอบเมือง อืมๆมีแต่ฝรั่ง เกาหลีที่เยอะ คนไทยที่มาเที่ยวก็ 10%ได้ วันธรรมดาอ่ะเนอะ…เดินทั่วกลับที่พัดนอน บาร์ค่อยไปละกัน

มาต่อกันค่ะ…^^
Day 2 ที่นี่พระอาทิตย์ค่อนข้างจะขึ้นเร็ว ตี 5 ก็เริ่มสว่างละ เราเป็นคนตื่นเช้าอยู่แล้ว ก็ตื่นปกติ อาบน้ำแต่งตัวบ้านๆ ไปเดินตลาดเช้า ชาวบ้านก็จะนำของมาขายกัน แบบพอเพียง…น่ารักดีค่ะ วิถีความเป็นอยู่ผู้คนเดินตลาดก็มีน้อยเช่นกัน…ปกติคนที่นี่ตื่นก็น่าจะ 7 โมงเช้า สำหรับเราคิดว่าสายละ คนตื่นเช้าๆ ก็น่าจะเป็นพวกอวุโส รอใส่บาตร ^^ เดินรอบเมืองกะชิลล์ไปเรื่อยนั่งจิบกาแฟ แต่หาไม่เจอเลย เดินคอตกกลับไปที่พัก พี่เจ้าของตื่นแล้ว บอกมากินกาแฟได้มาชง รีบเลยค่ะ ชีวิตขาดกาแฟไม่ได้ จัดกาแฟดาว มาหนึ่งซอง ไม่เข้มเท่าไหร่   นั่งชมวิวไปเรื่อย…สะพานไม้ตรงตลาด ข้ามไป smile bar เป็นบาร์ริมน้ำ สุดชิว แม่น้ำซอง หน้าร้าน สไมล์

..ภาพจากมือถือไม่สวย เท่าไหร่ จัดกล้องสด ไม่ได้แต่งนะคะ ต้องขออภัย^^…ไปต่อค่ะ

……หลังจากชิลล์สักพัก เราเลือกทัวร์ 2 ถ้ำกับพายคายัค 100.000 k บลูลากูนไปวันพรุ่งนี้เองละกัน^^ ทัวร์มารับถึงที่พัก วนรับนักท่องเที่ยว ในที่สุด กรุ๊ปเราก็มี เกาหลี 6 คนไทย 3 รวมเราด้วย นะคะ

  ที่แรกถ้ำช้าง มีพระนอน และที่เรียกเพราะมีหินรูปช้างค่ะ^^ ค่าเข้าน่าจะ 10.000 k ถ้ามาเอง แต่เรารวมไปในทัวร์ละ

เดินชมสักการะสักพัก พี่ไกด์ก็พาเดินลัดทุ่งนา ไปถ้ำน้ำ ไปชมความงามของถ้ำ เราชอบมากสนุกดี แต่ถ่ายรูปไม่ได้เลย   ถ้ำมืดมาก การเข้าไปในถ้ำจะต้องลอยไปกับห่วงยางค่ะ ที่นี่เรียก Tubing เกาะลากตัวเองไปกับเชือก แล้วก็ออกมา สนุกดี ซึ่งจะเหมือนถ้ำนอน ที่ทัวร์เกาหลีไปเป็นแบบเหมา   ทัวร์ที่นี่จะคล้ายๆกัน เลือกได้ ตัดได้ แต่ที่ไม่เหมือนเราคือข้าวเที่ยง เราใส่กล่องโฟม เขาใส่ใบตอง^^ อยากได้ใบตองอ่า บ้านๆดี ><
เมื่อออกจากถ้ำน้ำ ด้วยความเพลีย พี่ก็พาเราไปพักทานข้าวเที่ยงริมน้ำ จุดนี้นะคะจะเป็นจุดปล่อยพายเรือคายัค tubing ระยะ 9 กม. โอ้ว!! ม่ายไหวๆ กลับไปกินได้พอดี ร้อนมาก

มื้อเที่ยงที่ทัวร์จัดให้นะคะ บาร์บีคิว ข้าวผัด ขนมปัง คล้ายๆกับ บานมี่ เวียดนาม และกล้วย แค่นี้ก็อิ่มแล้ว…
หลังจากอิ่มพี่ไกด์พาพวกเรามาปล่อยที่ระยะ 5 กม. โอเคเลย แต่ไม่โอเคตรง ตอนนี้เที่ยงกำลังร้อนได้ที่เลย~~~มาแล้วก็ต้องลุยห้ามบ่น!!

เรามาคนเดียว ก็เลยได้พายคู่กะพี่ไกด์ ต้องระวังหลังให้ทุกคน สโลไลฟ์สุดๆ. ^^  พายมาสักพักเพลงตื้ดได้ใจมาก อ่อๆ บาร์ริมน้ำ ฝรั่งเพียบ พี่ไกด์ถามจะแวะบ่ ฮึฮึ สอยกลับดีไหม ไม่ๆ เราไม่กินเบียร์มานาน พี่ไกด์ก็เลยไม่แวะ…~~โชคดีของฝรั่งนะ

…พายคายัคมีจุดที่เป็นหินเป็นน้ำเชี่ยวบ้าง ไม่อันตรายเท่าไหร่ แต่หน้าฝนคงสนุกกว่านี้อ่ะ เมื่อพายระวังหลังมาสักพัก บ่าย 2 เราก็มาถึงที่หมาย อย่างหมดแรง พี่ไกด์มาส่งที่พักตามเคย

เรารีบไปอาบน้ำล้างตัว สระผม กลับมาเคลิ้มจ้าหลับเฉยเลย ตื่นอีกที 4 โมงกว่า >< สงสัยจะเพลีย จากที่คิดเช่าจักรยานปั่นไปถ้ำจัง อดคร้าๆๆอดเห็นสะพานส้ม เย็นนั้น ก็ได้แต่ชมเมืองกินข้าว นอน เอาแรง พรุ่งนี้เราจะเช่า มอไซต์ไป ถ้ำจัง บลูลากูน1 และบลูลากูน 3 กัน…เพราะจากแผนที่มันไม่ไกลเลย^^… ความคิดบันเจิด มโนเสร็จก็นอนกันยาว~~~

วันที่ 3 วันนี้ตื่นเช้ามาก รีบลุกจากที่นอนแต่งตัว เดินไปตลาด วันนี้มีร้านกาแฟ เปิดแฮะ จัดสักหน่อย พี่สาวเจ้าของร้านถามเรา เอากาแฟไร ไทย รึ ลาว รีบตอบอย่างทันที ลาวค่ะ^^ สักพัก พี่เขาก็เอามาวางให้ พร้อมนมข้น น้ำตาลซองเล็กๆ (-_-)’ ต่างจากไทยตรงไหน คิดในใจ ชิมเท่านั่นแหละ อ่อ รสไม่ขมนั่นเอง(^^) วันนี้จะเอาเราอยู่ไหม ร่างกายจะโดนเหมือนดูดวิญญาณไหม…. จากนั้นเราก็เดินชมเมืองไปเรื่อย เมืองก็ไม่ใหญ่มาก เดินทุกวัน … แต่วันนี้เดินหารถมอไซต์ เท่ห์ๆสักคัน ที่พักก็มีให้เช่าถูกกว่าด้วย แต่ไม่เท่ห์อ่ะ เจอร้านละ  แต่ไม่เปิด(-,-) เดินต่อๆ ฝรั่งปั่นจักรยานผ่านหน้าเรา อย่างเท่ห์อ่ะ เสือภูเขา มีเกียร์ สมองนี่เปลี่ยนความคิดทันที ไปเดินหาจักรยาน กว่าจะได้ …
8.10 เราได้จักรยานแบบมีเกียร์มาละ ราคาถูกกว่าที่อื่นด้วย ^^ เลือกคันที่เท่ห์ที่สุดปั่นมาลงสะพาน ไม่เสียเงินค่าข้าม ข้ามได้เฉพาะรถเล็ก สะพานที่คนลาวนิยมใช้กัน^^ รถใหญ่ไปอีกสะพาน ต้องเสียค่าข้าม เท่าไหร่ไม่รู้เหมือนกัน^^ สะพานนี้อยู่ตรง ร้าน พูบาน ร้านสุดคูล สวย น่านั่งสะพานไม้ ไม้จริงๆ พร้อมพัง~~~ระวังตอนขี่สวนกัน

ร้านพูบานคาเฟ่

….ปั่นมาสักพัก คิดในใจ คิดถูกคิดผิดเนี่ย เข่าจักรยาน >< อากาศร้อนละอ่า ไม่ เราจะไม่เสียเงินซ้ำซ้อน … ปั่นมาอีกนิด เจอโรงแรมที่เพื่อนบอกว่าสวย เพื่อนของเพื่อนเคยดิวงานกัน เพื่อนเราก็เลยได้เข้าไป^^ นางบอกให้เราลองดู..~~ เท่านั้นแหละเราก็ใช้ความอ่อนน้อม เดินกระมิดกระเมี้ยนไปถามรีเซฟชั่น”ขออนุญาติเข้าไปถ่ายรูปได้ไหมค่ะ” นางตอบ ได้ …^^ ดีใจอ่ะ รีบเเดินเลยค่ะ

ภายในโรงแรมนี้นะคะจะเป็นทุ่งนา หน้าฝนคงจะงามน่าดู ตอนนี้ต้นข้าวกำลังโต เท่านี้ก็ยังสวย…

ชื่อที่พักนะคะ ราคาสูงใช้ได้ 3-4 พันบาท กินหรูอยู่แพงจัดที่นี่เลยค่ะ ชื่นชมเสร็จเราก็ไม่ลืมที่จะขอบรุณเค้า ไหว้งามอย่างไทย^^…เราปั่นออกมา ที่เคยๆอ่านถนนเป็นดินลูกรัง แต่ตอนนี้ถนนลาดยางหมดแล้วสบาย

อยากนั่งแบบนี้อ่า …แต่ราคาคงแพงหน้าดู เศร้าปั่นต่อ
สถานที่ท่องเที่ยวก็เป็นถ้าส่วนใหญ่ ค่าเข้าขม 10.000 k ทุกที่ สัมผัสได้ เราปั่นเข้าป่าไปมีลูกศรบอกมีถ้ำ เจอจุดจ่ายตังค์รับปี้(ตั๋วบัตร) ถามคุณลุง คุยสักพัก ดูท่าไม่ดี รีบไปต่อไม่เข้าละถ้ำนี้~~~ มีความเหนื่อยล้า ไปผาเงินดีกว่า ไฮไลท์ที่อยากไป เสียค่าเข้าเหมือนเดิม….เจอร้านค้า ก็ถาม มาผู้เดียวบ่ เก่งคัก นางบอกข้างบนสวย จิบเบียร์ชมวิว ~~ ระยะทาง 500 เมตร

ทางเข้าที่เหมือน ไม่ใช้ทางเข้า~~
เรารีบเลยคะรีบเดิน กาแฟไม่ออกฤทธิ์ ยิ่งเดิน ยิ่งเหนื่อย ทางสะดวกดี ทำไมร่างกายช้านย่ำแย่พักทุกๆ 2 เมตร ฮึๆ เข้าขั้นอาเจียนเลยค่ะ แพ้ความสูงหรอไม่ๆ สิ สูงกว่านี้ก็เคยปีน หน้ามืด จะเป็นลมพักตลอดทาง จะมาตายที่นี่ไม่ได้ มาถึงจุดนี้ได้ขอบอกแทบตาย…ยังๆ ยังมีให้เลือกว่าจะไปชมวิวจุดไหน เราเลือกจุดที่ 1 มีร้านค้าขายของ จุด2 ยังอีกไกล ไม่ไหวแล้ว ปีนผามาอีก 50 เมตร >>โอ้วดีงาม พระราม8 สวย คุ้มค่าเหนื่อยมาก

สภาพเราแย่มากตอนนี้~~
…เข้ามาที่กระท่อมนั่งพักชมวิวอิ่มตัว … เดินไปร้านเห็นมีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เฮ้ย!! แล้วจะกินยังไงอ่ะ มีเป๊ปซี่แล้วจะเย็นหรอรึที่นี่กินกันแบบนี้ มีความคิดเพ้อเจ้อเกิดขึ้น มาแล้วก็ต้องลองสิ!!  เอานี่ 1 ถ้วย กับ น้ำ1 กระป๋อง เฮ้ย!! มีถังใส่น้ำแข็งด้วย แบกมายังไง? เย็นมาก กรดกด้วยความโหย แล้วสักพักนางก็หยิบกาต้มน้ำ ใส่น้ำ ก่อไฟ ไหนเตา ไม่มี ใช้ก้อนหิน เออ เจ๋งอ่ะ

     ฟิน~~ หิว ตาลาย ~~ ความเหนื่อยที่มีมาหายหมดสิ้นอาการก่อนหน้านี้หายวับ เราอยู่ประมาณชั่วโมง แล้วก็ลงมา….ด้านล่างอย่างเร็ว จะไปต่อๆ บลูลากูนนะ^^

หลังจากผาเงิน เราก็มุ่งหน้าสู่ บลูลากูน ที่ร่ำลือกันนักหนา แต่ตอนนี้มี 3 บลูลากูนล  มาถึงทางแยก มีให้เลือ 1 กับ  3  สมองหยุดสั่งการ เหนื่อยมาก..~~~ เราแวะร้านค้าข้างทาง ขอนั่งเพิงหน้าบ้าน เจอ 3 หนุ่มน้อยลาว คำหล้า ตื้อ อาเซะ ก็นั่งคุยกันถามโน่นนี่นั่น ทำให้รู้ว่า เด็กลาว ก็เหมือนเด็กไทย แต่ที่ลาวตอนเที่ยง ทุกคนต้องกลับมาพักเที่ยงที่บ้าน แล้วกลับไปเรียนตอนบ่ายใหม่ เด็กกล้าแสดงออกดีไม่ค่อยเขินเลย^^ เพราะพูดภาษาคล้ายกัน^^

3 หนุ่ม 3 มุม เมืองลาว

ตำราเรียน ป.3 ส่วนใหญ่จะเป็นนิทานพื้นบ้าน เรื่องนี้ก็ หนูบ้านกับหนูนา ซึ่งถ้าเด็กไทยก็ ใบโบกใบบัว~~~เรารุ่นกล้าแก้ว^^

กระดาษเรียน หรือบ้านเราก็สมุดนัานเอง เหมือนหลานเราเป๊ะ หน้าหนึ่งไว้เรียน หน้าหนึ่งไว้เล่น…
ใกล้เวลาบ่ายเราก็แยกย้ายกัน เด็กๆมุ่งหน้าไปเรียน เรามุ่งหน้าไปบลูลากูน แต่เราเลือกไปบลูลลากูน 1 ก่อน เพราะทางดี ลาดยาง บลูลากูน 3 ยังเป็นดินลูกรัง^^ พอปั่นมาถึงเสียค่าเข้า 10.000 k ค่าชูชีพอีก 10.000 k ขอหน่อยมาเล่นน้ำที่ว่าเย็น สีเขียวกันหน่อย

ที่นี่มีหลายอย่างเข้ามา ทั้งสวนน้ำของเด็ก zipline มีกิจกรรมเพิ่มมากขึ้น เราโหนเชือกกับแค่กระโดน้ำจากกิ่งไม้ชั้นล่างพอ ชั้นบนไม่กล้าหัวใจจะวายมีความ้มามันจนเสร็จ คำเดียวเหนื่อยๆ พักสิรอไร ระหว่างพัก ก็มีสาวลาวประเภทสองมากระโดดน้ำเล่น….ทำคนในระแวกนั้นถึงดับแรบมือรัวๆ นางกระโดดม้วนหลัง 1 รอบน้ำแถบไม่กระเด็น สุดยอดมาก ไทย ฝรั่ง เกาหลีถึงกับอึ้ง..ต้องร้องขอเอาอีกๆๆ
บอกคำเดียวเหนื่อยเพลีย ไปต่อที่ไหนไม่ไหวจริงๆเราเลยปั่นกลับ ชมวิถีข้างทางของชาวลาว ฝรั่ง และเกาหลี ไปเรื่อย….~~~ มาถึงที่พัก อาบน้ำพักผ่อน
17.00 ออกตระเวนรอบเมือง ไปนั่งชมฝรั่ง อ่านหนังสือ    จิบน้ำเย็นๆ ~~~ฟิน 6โมงด็ย้ายตัวไปจะเวนของกิน ทั้งเฝอ แพนเค้ก โรตีมาตะบะ บ้านเรา…อิ่มท้องอิ่มกาย อิ่มใจ กลับที่พักนอน~~~

Day4 วันสุดท้าย เราก็ตื่นเช้าเหมือนเดิม ชมเมืองเก็บตกหลายๆที่ จน 9.30 ก็ขึ้นรถบัสวังเวียง-เวียงจันทน์กลับ 40.000 k 

ใช้เวลาประมาณ 4 ชม. เราก็มาถึงเวียงจันทน์ ลงรถได้ หบิบกนะเป๋า สะพายเป้ มุ่งหน้าสู่ประตูชัยแต่ตรงที่รถจอด มีรถพาเที่ยว 150.000 k เราไม่ใช้บริการ เพราะมาคนเดียว แล้วกลัวรอบรถไม่ทันด้วย^^เลยเดินแบกเป้ร้อนๆไปประตูชัย พระธาตุดำ ซื้อผ้าซิ่นตลาดเช้าฝากแม่กับอา เบียร์ลาวฝากพ่อกับพี่~~

ท่ารถกลับไทยจะอยู่ตงข้ามตลาดเช้า มีป้ายโฆษณาสีดำ มีลูกแอปเปิ้ลสีขาว^^ ตึกนั้นขายตั๋วไปหลายที่เลย เราเลือกไปหนองคาย จ่าย 17.000 k อุดร 20.000กว่าๆ

บขส.ที่นี่คนลาวมาไทยเยอะมาก รถออกตรงเวลาเวอร์ ไม่รอคนนะ เพราะเราเห็นคนลาวตกรถไปอุดร ต้องไปตีตั๋วใหม่ ไม่ก๋ไปขึ้นรถไปด่านไทยลาวแทน มาถึงหนองคาย เราขอจัดข้าวหน่อย กระเพราไข่ดาวกรอบ~~~คิดถึงอาหารไทย
18.30 ขึ้นรถไฟฟรี หนองคาย-กรุงเทพ ให้ทันไปฉลองวันเกิดกับครอบครัวที่แก่งกระจานต่อ….นั่งรถกันยาวๆๆ ไปค่ะ….

ปล. ต้องขอโทษนะคะเรื่องไม่สนุกเท่าไหร่…รูปก็ไม่แต่ง ไม่สวยเลย^^ แต่เราอยากให้ทุกคนลองสัมผัสเองนะคะ เลือกเที่ยวให้เหมาะกับตัวเรานะ ที่พักการเดินทางของเราสายโหดสายลุย เลยประหยัด แต่ถ้าใครเลือกสบายกว่านี้ก็อัพราคาขึ้นไปนะคะ^^

ค่าใช้จ่ายนะคะ^^ ละเอียดเว่อๆ
รถบัสหนองคาย-เวียงจันทน์   55 บ.
ค่าบัตรผ่านด่านมิตรภาพ 55 บ
รถตลาดเช้า-สายเหนือ บัส 147 5.000 kip
ค่าน้ำบขส. 5.000 k
รถตู้ไปวังเวียง 50.000 k่
ค่าห้อง 2 คืน 140.000 k
ค่ากิน 35.000 k
น้ำขวดใหญ่ 5.000 k
ค่ารถมาที่พัก 20.000 k
ค่าทัวร์ 100.000 k
Cost 360.000 kip
Day 2
ค่าหมูปิ้ง 20.000
ค่าน้ำส้มปั่น 5,000
Cost  25.000 kip
Day 3
ค่ากาแฟร้อน 5.000 k
เช่าจักรยาน 20.000 k
ค่าเข้าผาเงิน 10.000 k
ค่าเป็บซี่+ มาม่าต้มยำกุ้ง 20.000 k
ค่าน้ำกลางทาง 4.000
ค่าเข้าบลูลากูน 10.000 เช่าชูชีพ 10.000
ค่าโรตี 10.000
Cost 89.000kip
Day 4 วังเวียง-เวียงจันทน์- หนองคาย
ค่าห้อง 70.000 ค่ารถกลับ 40000
ค่าารถ กลับหนองคาย 15.000
ค่าด่านขากลับ 50 บาท 11.000 kip
Cost  136.000 k
รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด    610.000 kip
เราแลกเงินที่ด่าน 1 บาท= 241kip
สรุปเงินไทย 2,531บาท

ค่าใช้จ่ายไม่รวมค่าของฝากนะคะ ^^ มันมีค่าที่ไร้สาระ เรารวมให้ด้วย ถ้ามาคู่ก็หารค่ากินค่าที่พัก เช่ามอไซต์ ดีกว่า รวมแล้ว ก็ไม่ถึง 2500 บาทแน่นอน^^

Blog at WordPress.com.

Up ↑